ข่าวประชาสัมพันธ์ (มจร)
ติดตามข่าวประกาศ โครงการปฏิบัติธรรมประจำปี บทความวิชาการ และกิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติวิปัสสนาธุระ สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ร่วมทำบุญถวายภัตตาหารเช้าเพล โครงการปฏิบัติธรรม
คุณค่าของทานมิได้อยู่ที่จำนวนทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ศรัทธา เจตนา และจิตที่รู้จักเสียสละ นายสุมนมาลาการ ผู้ถวายดอกมะลิแด่พระพุทธเจ้า ในกรุงราชคฤห์ มีชายคนหนึ่งชื่อว่า สุมนมาลาการ มีหน้าที่นำดอกมะลิไปถวายพระเจ้าพิมพิสารเป็นประจำ วันหนึ่ง ขณะที่เขาถือดอกไม้เดินทางไปยังพระราชวัง ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาตพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เมื่อสุมนมาลาการได้เห็นพระพุทธองค์ ผู้ทรงสง่างามและเปี่ยมด้วยพระมหากรุณา จิตของเขาเกิดศรัทธาอย่างแรงกล้า จึงคิดว่า “แม้เราจะต้องได้รับโทษจากพระราชา เพราะมิได้นำดอกไม้ไปถวาย ก็ยอม ขอเพียงได้ถวายดอกไม้เหล่านี้แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” เขาจึงตัดสินใจถวายดอกไม้ทั้งหมดด้วยจิตเลื่อมใส โดยไม่เสียดายทรัพย์และไม่หวั่นเกรงต่อผลที่จะเกิดขึ้นแก่ตน เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบเรื่อง มิได้ลงโทษสุมนมาลาการ แต่กลับทรงชื่นชมในศรัทธาและพระราชทานรางวัลแก่เขา พระพุทธองค์ทรงปรารภเหตุการณ์นี้ และทรงแสดงหลักธรรมว่า ผู้กระทำกรรมดีด้วยจิตบริสุทธิ์ ย่อมได้รับความสุขจากกุศลกรรมที่ตนได้กระทำไว้ คติธรรมจากเรื่อง “ทานที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้วัดด้วยสิ่งของที่ให้ แต่วัดด้วยใจที่กล้าสละ” การให้ทานที่แท้จริงจึงประกอบด้วยจิตที่งดงาม 3 ระยะ คือ ก่อนให้มีใจยินดี ขณะให้มีใจผ่องใส และหลังจากให้แล้วมีใจเบิกบาน ไม่เสียดายสิ่งที่ได้สละไป ทานยังเป็นเครื่องฝึกจิตโดยตรง เพราะธรรมชาติของจิตมนุษย์มักมีความยึดมั่นว่า “นี่ของเรา” เมื่อเราฝึกให้บ่อย ๆ ความตระหนี่และความยึดมั่นย่อมค่อย ๆ เบาบางลง จึงกล่าวได้ว่า การให้ทานไม่เพียงช่วยผู้รับ แต่กำลังฝึกและเปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้ให้ด้วย สำหรับการปฏิบัติกรรมฐาน ทานจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะจิตที่รู้จักสละ ย่อมง่ายต่อการปล่อยวาง เมื่อฝึกจากการ สละสิ่งของ ก็พัฒนาไปสู่การ สละความเห็นแก่ตัว และในที่สุดนำไปสู่การ สละความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ข้อคิดสั้น ๆ “ให้ทานเพื่อฝึกการสละ รักษาศีลเพื่อฝึกการควบคุมตน เจริญภาวนาเพื่อฝึกการปล่อยวาง เมื่อการให้เริ่มจากใจที่ไม่ยึดติด ทานนั้นย่อมเป็นบันไดนำจิตไปสู่การภาวนา”
ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล
🧘♂️ ขอเชิญร่วมปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เจริญจิตภาวนา สร้างบุญกุศล 🙏 สถาบันวิปัสสนาธุระมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขอเชิญนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาและประชาชนทั่วไป สมัครเข้าร่วม 🌿 โครงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนิสิตบัณฑิตศึกษาและประชาชนทั่วไป ครั้งที่ ๒/๒๕๗๐ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต 📅 ระหว่างวันที่ ๒๓–๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๙ 📍 ณ อาคาร ๗๒ ปี พระวิสุทธาธิบดี (หอฉัน ชั้น ๔) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 📌 หมายเหตุสำคัญรับสมัครเฉพาะผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตามวันและเวลาที่กำหนด หากมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเข้าร่วม กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย ๕ วันก่อนเริ่มโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจท่านอื่นเข้าร่วมโครงการ ☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนวางแผนและพัฒนาการอบรมสถาบันวิปัสสนาธุระโทร. ๐๓๕-๘๐๒-๗๓๗ 🏨 ติดต่อสำรองห้องพัก อาคาร ๙๒ ปี ปัญญานันทะ โทร. ๐๙๒-๕๐๕-๒๘๗๐ อาคารพระพรหมวัชรธีราจารย์ โทร. ๐๘๗-๗๓๖-๙๙๔๕ 🙏 ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมใช้ช่วงเวลาอันเป็นมงคลนี้ในการเจริญสติ พัฒนาจิต และอบรมปัญญาตามแนวทางวิปัสสนากรรมฐาน “มาร่วมสร้างบุญด้วยการภาวนา พัฒนาตนด้วยสติ และน้อมจิตถวายเป็นพระราชกุศล”
ผู้อำนวยการส่วนวางแผนและพัฒนาการอบรม บรรยายรายวิชา กรรมฐาน ๒ และกรรมฐาน ๓ แก่นิสิตคณะครุศาสตร์ ชั้นปีที่ ๒ และชั้นปีที่ ๓
📚 ปฏิบัติหน้าที่ด้านการเรียนการสอน รายวิชากรรมฐาน ๒ และกรรมฐาน ๓ วันพุธที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐–๑๑.๐๐ น. และเวลา ๑๓.๐๐–๑๖.๐๐ น. พระครูภาวนาวรบัณฑิต วิ. ผู้อำนวยการส่วนวางแผนและพัฒนาการอบรม สถาบันวิปัสสนาธุระ และอาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปฏิบัติหน้าที่สอนรายวิชา กรรมฐาน ๒ และกรรมฐาน ๓ แก่นิสิตคณะครุศาสตร์ ชั้นปีที่ ๒ และชั้นปีที่ ๓ การเรียนการสอนมุ่งเน้นให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ฝึกเจริญสติ รู้เท่าทันกายและใจ ตลอดจนนำหลักกรรมฐานไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การศึกษา และการประกอบวิชาชีพครู เพราะครูที่ดีมิได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่ควรเป็นผู้มีสติ คุณธรรม และจริยธรรม พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์และสังคม “ฝึกสติให้มั่นคง พัฒนาปัญญาให้แจ่มชัด และนำธรรมะไปสร้างคุณค่าแก่ชีวิตและสังคม” #กรรมฐาน๒ #กรรมฐาน๓ #การเจริญสติ #คณะครุศาสตร์ #มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย #สถาบันวิปัสสนาธุระ #ครูผู้มีคุณธรรม #พระครูภาวนาวรบัณฑิตวิ
ขอถวายมุทิตาสักการะพระครูภาวนาวรบัณฑิต วิ.
คณะผู้บริหารและบุคลากรสถาบันวิปัสสนาธุระ มจร น้อมถวายมุทิตาสักการะแด่ “พระครูภาวนาวรบัณฑิต วิ., ดร.” ในโอกาสเข้ารับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ประจำปี ๒๕๖๙ ประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรม คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย น้อมถวายมุทิตาสักการะด้วยความเคารพยิ่งแด่ พระครูภาวนาวรบัณฑิต วิ., ดร. ผู้อำนวยการส่วนวางแผนและพัฒนาการอบรม สถาบันวิปัสสนาธุระ, อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ (ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน) และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า กรุงเทพมหานคร ในโอกาสได้รับคัดเลือกให้เข้ารับพระราชทานรางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรม จากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม อันเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เส้นทางธรรมและบทบาทหน้าที่เพื่อพระศาสนา พระครูภาวนาวรบัณฑิต วิ., ดร. เป็นพระเถระผู้เปี่ยมด้วยวิริยอุตสาหะ มีผลงานโดดเด่นทั้งในเชิงวิชาการ การบริหารจัดการ และการเผยแผ่พระกรรมฐาน โดยดำรงตำแหน่งสำคัญในการขับเคลื่อนศาสนกิจ อาทิ: ผู้อำนวยการส่วนวางแผนและพัฒนาการอบรม สถาบันวิปัสสนาธุระ: วางยุทธศาสตร์ ออกแบบหลักสูตร และพัฒนาระบบการฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานแก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และประชาชนทั่วไปอย่างเป็นระบบตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน: ถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติ ผลิตบุคลากรทางการศึกษาและผู้นำทางจิตวิญญาณให้มีความรู้คู่คุณธรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า กรุงเทพมหานคร: ดูแลงานพระอาราม บำเพ็ญศาสนูปถัมภ์ และเป็นเนื้อนาบุญให้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง กตัญญุตาและผลงานการสนองงานวิปัสสนาธุระ ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ พระครูภาวนาวรบัณฑิต วิ., ดร. ได้ถวายงานสนองพระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ. กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๒๙ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และผู้อำนวยการสถาบันวิปัสสนาธุระ ด้วยความวิริยะ ซื่อสัตย์ และกตัญญูกตเวทิตาธรรมอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านเป็นกำลังสำคัญในการบริหารจัดการโครงการ อบรม และขับเคลื่อนกิจกรรมของสถาบันวิปัสสนาธุระให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทำหน้าที่เป็นพระวิปัสสนาจารย์ผู้มีเมตตาธรรม ให้คำแนะนำและชี้แนะอารมณ์กรรมฐานแก่โยคีผู้เข้ารับการอบรมอย่างใกล้ชิด จนเป็นที่เคารพ เลื่อมใส และศรัทธาของศิษยานุศิษย์ สาธุชน และผู้เข้าปฏิบัติธรรมจากทั่วทุกสารทิศ การได้รับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ประจำปี ๒๕๖๙ ประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ จึงถือเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่ายิ่ง และเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติแห่งความทุ่มเทในการสืบสานงานด้านวิปัสสนาธุระให้เจริญรุ่งเรือง คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และศิษยานุศิษย์ ขอน้อมอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย โปรดอภิบาลประทานพรให้พระคุณท่านเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และมีอริยทรัพย์อันไพบูลย์ เพื่อเป็นร่มเงาและกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระธรรมสืบไป